อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ดอลลาร์สหรัฐยังคงเผชิญแรงกดดัน ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงหลายประเภทแข็งค่าขึ้น หนึ่งในนั้นคือเงินเยนญี่ปุ่น
เมื่อวานนี้ในช่วงการซื้อขายฝั่งอเมริกา ดอลลาร์กลับมาปรับตัวอ่อนค่าลงอีกครั้งหลังถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารสหรัฐที่ระบุว่า ประธานาธิบดี Donald Trump จะลงนามในคำสั่งให้ปรับขึ้นภาษีศุลกากรทั่วโลกเป็น 15% ในเร็ว ๆ นี้ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศและลดการขาดดุลดุลการค้า แต่ได้ก่อให้เกิดความกังวลระลอกใหม่ในหมู่นักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าต่อเศรษฐกิจโลก หลายฝ่ายชี้ให้เห็นว่ามาตรการกีดกันทางการค้าแบบใหม่อาจกระตุ้นให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐใช้มาตรการตอบโต้ ซึ่งอาจนำไปสู่การชะลอตัวเพิ่มเติมของการค้าโลก
สำหรับวันนี้ ในช่วงครึ่งแรกของวันจะมีการกล่าวสุนทรพจน์จากประธานธนาคารกลางยุโรป Christine Lagarde ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญสำหรับตลาดการเงิน บรรดาเทรดเดอร์จะจับตาดูความเห็นของเธอเกี่ยวกับภาษีนำเข้าชุดใหม่ของสหรัฐและผลกระทบที่อาจมีต่อเศรษฐกิจยุโรป คาดว่า Lagarde จะประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับความตึงเครียดด้านการค้า ตลอดจนมาตรการที่ ECB อาจนำมาใช้เพื่อลดผลกระทบด้านลบ นอกเหนือจากประเด็นด้านการค้าและเศรษฐกิจแล้ว ตลาดยังให้ความสนใจเป็นพิเศษกับกระแสข่าวที่ว่า Lagarde อาจลาออกจากตำแหน่งประธาน ECB ก่อนครบวาระ
ในส่วนของเงินปอนด์อังกฤษ ความคาดหวังในตลาดการเงินวันนี้จะมุ่งไปที่สุนทรพจน์ของรองผู้ว่าการ Bank of England ฝ่ายนโยบายการเงิน Clare Lombardelli ซึ่งอาจส่งผลสำคัญต่อทิศทางต่อไปของคู่เงิน GBP/USD นักลงทุนจะวิเคราะห์ทุกถ้อยคำของ Lombardelli เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในอนาคตของธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันและภาษีนำเข้าชุดใหม่จากสหรัฐ ความเห็นของ Lombardelli เกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจอังกฤษจะมีความสำคัญเป็นพิเศษต่อคู่เงิน GBP/USD ขณะเดียวกัน สัญญาณใด ๆ ที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ BoE จะถูกตลาดตีความว่าเป็นปัจจัยหนุนให้เงินปอนด์อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ
หากข้อมูลออกมาตรงตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ แนวทางที่เหมาะสมกว่าคือการใช้กลยุทธ์ Mean Reversion แต่หากตัวเลขแตกต่างจากคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ กลยุทธ์ Momentum จะเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า