อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
วันนี้สกุลเงินยูโรและปอนด์อังกฤษทำผลงานได้ดีภายใต้กลยุทธ์ Mean Reversion ส่วนเงินเยนญี่ปุ่น ผมเทรดโดยใช้กลยุทธ์ Momentum
ข้อมูลจากเบอร์ลินแสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ว่างงานลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งตามปกติแล้วถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อสกุลเงินยุโรป สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยูโรโซน ถัดมาคือข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของฝรั่งเศส ซึ่งก็ปรากฏว่าขยายตัวเช่นกัน แม้จะอยู่ในระดับปานกลางแต่ก็สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ การผสมผสานของตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจเชิงบวกทั้งสองรายการนี้ช่วยหนุนความสนใจในสกุลเงินยูโร และกระตุ้นให้เกิดการเข้าซื้ออย่างระมัดระวังเป็นวงกว้าง
ในช่วงครึ่งแรกของการซื้อขายฝั่งสหรัฐฯ ช่วงต่อมา มีการคาดการณ์ว่าจะมีการประกาศตัวเลขมหภาคที่สำคัญหลายรายการ ซึ่งอาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index: PPI) ซึ่งใช้ติดตามแนวโน้มเงินเฟ้อในระดับขั้นตอนการผลิตจะถูกเผยแพร่ออกมา ควบคู่ไปกับตัวเลข PPI หลัก นักลงทุนจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ PPI พื้นฐาน (core PPI) ซึ่งตัดความผันผวนของหมวดอาหารและพลังงานออกไป นอกจากนี้ นักลงทุนและนักวิเคราะห์ยังจะจับตาดูดัชนี Chicago Purchasing Managers' Index (Chicago PMI) อย่างใกล้ชิด ดัชนีระดับภูมิภาคนี้สะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐฯ มีลักษณะเด่นคือความผันผวนและความสามารถในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว เมื่อรวมกันแล้ว ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพล่าสุดของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้นนโยบายการเงินในอนาคตของ Federal Reserve และต่อเนื่องไปถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่ง ฉันจะใช้กลยุทธ์ Momentum แต่หากตลาดไม่ตอบสนองต่อข้อมูล ฉันจะใช้กลยุทธ์ Mean Reversion ต่อไป
กลยุทธ์ Momentum (Breakout) สำหรับช่วงครึ่งหลังของวัน:
สำหรับ EUR/USD
สำหรับ GBP/USD
สำหรับ USD/JPY
กลยุทธ์ Mean Reversion (Pullback) สำหรับช่วงครึ่งหลังของวัน:
สำหรับคู่เงิน EUR/USD
สำหรับ GBP/USD
สำหรับคู่เงิน AUD/USD
สำหรับ USD/CAD