อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
วันนี้มีเพียงดอลลาร์ออสเตรเลียเท่านั้นที่สามารถเทรดได้สำเร็จด้วยกลยุทธ์ Mean Reversion ส่วนดอลลาร์แคนาดาใช้แนวทาง Momentum ในการเทรด
จากนี้ไปความสนใจของเทรดเดอร์และนักวิเคราะห์จะหันไปจับตาการประกาศตัวเลขมหภาคสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อบรรยากาศในตลาด และทิศทางต่อไปของตลาดเงินสกุลเงินต่างประเทศ
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคือการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index – PPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคมของปีนี้ ตัวชี้วัดนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผลิตภายในประเทศ และถือเป็นสัญญาณชี้นำที่สำคัญของแนวโน้มเงินเฟ้อในภาคการบริโภค การปรับตัวเพิ่มขึ้นของ PPI อาจบ่งชี้ถึงต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น ซึ่งอาจถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคในรูปของราคาสินค้าที่แพงขึ้น
ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับดัชนีราคาผู้ผลิตที่หักหมวดอาหารและพลังงานออก (Producer Price Index excluding food and energy) ซึ่งให้มุมมองที่เสถียรกว่าเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อพื้นฐานในภาคการผลิต การวิเคราะห์ Core PPI จะช่วยประเมินความยืดหยุ่นของแรงกดดันเงินเฟ้อ และศักยภาพผลกระทบต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายการเงินของ Federal Reserve
สุดท้าย ข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ (Initial Jobless Claims) จะให้ภาพล่าสุดของตลาดแรงงาน ตัวชี้วัดนี้มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนระยะสั้น และสามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานอาจเป็นสัญญาณของการชะลอตัวในการจ้างงาน หรือแม้กระทั่งการปลดพนักงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ตัวเลขที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องจะสะท้อนถึงความแข็งแกร่งต่อเนื่องของตลาดแรงงานซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
ในกรณีที่ตัวเลขออกมาแข็งแกร่ง ผมจะใช้กลยุทธ์ Momentum เป็นหลัก แต่หากตลาดไม่แสดงปฏิกิริยาต่อข้อมูล ผมจะใช้กลยุทธ์ Mean Reversion ต่อไป
กลยุทธ์ Momentum (Breakout) สำหรับครึ่งหลังของวัน
EUR/USD
GBP/USD
USD/JPY
กลยุทธ์ Mean Reversion (Reversal) สำหรับครึ่งหลังของวัน
EUR/USD
GBP/USD
AUD/USD
USD/CAD