empty
 
 
24.07.2026 07:51 AM
ภาพรวมคู่สกุลเงิน GBP/USD วันที่ 24 กรกฎาคม เงินปอนด์อังกฤษร่วงลงตามไปด้วย
This image is no longer relevant

คู่สกุลเงิน GBP/USD เดินหน้าปรับตัวลงต่อในวันพฤหัสบดี แม้ว่าสกุลเงินปอนด์อังกฤษจะมีเหตุผลให้ปรับตัวลงน้อยกว่าสกุลเงินยูโรก็ตาม ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเราเห็นการปรับตัวขึ้นค่อนข้างดีของปอนด์อังกฤษ ตามมาด้วยการย่อตัวทางเทคนิคตามปกติ ซึ่งมาบังเอิญตรงกับรายงานเงินเฟ้อที่ออกมาอ่อนแอจากฝั่งสหราชอาณาจักร ทำให้ความเป็นไปได้ในการเข้มงวดนโยบายการเงินของ Bank of England ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมทั้งหมดถือว่าเป็นไปอย่างมีเหตุผล และเงินปอนด์ไม่ได้อยู่ในภาวะทรงตัวเหมือนยูโรในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อวานนี้ แรงปรับตัวลงยังคงดำเนินต่อ แม้จะไม่มีรายงานหรือเหตุการณ์สำคัญทั้งจากฝั่งสหราชอาณาจักรหรือสหรัฐอเมริกา พูดง่าย ๆ คือ ปอนด์อังกฤษไม่สามารถดึงยูโรให้ปรับขึ้นตามได้ ในขณะที่ยูโรกกลับถูกฉุดลงตามปอนด์ได้อย่างง่ายดาย แล้วในระยะต่อไปเราควรคาดหวังอะไรจากเงินปอนด์อังกฤษ? ในหลักการแล้ว ยูโรอาจยังปรับตัวลงต่อได้อีกสักระยะ เนื่องจากตลาดดูเหมือนจะตั้งรับกับคลื่นการเทขายรอบใหม่ ขณะเดียวกัน ปอนด์อังกฤษก็อาจอ่อนค่าลงได้เช่นกัน แต่ภาพแนวโน้มของปอนด์ถือว่าเป็นบวกมากกว่า รู้สึกได้ว่าปอนด์กับยูโรควรจะมาบรรจบกันที่ระดับหนึ่ง จากจุดนั้นทั้งคู่จึงจะสามารถเริ่มแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ได้ ย้ำอีกครั้งว่า ขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างจริงจัง เดือนที่แล้วก็เห็นได้ชัดแล้วว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อต่อไปอีกนาน

ในทางทฤษฎี ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์สามารถผลักดันให้ดอลลาร์ปรับตัวทำจุดสูงสุดใหม่ได้ การปิดล้อมช่องแคบ Bab-el-Mandeb อาจตามมาเสริมการปิดล้อมช่องแคบ Hormuz และในกรณีนั้น ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นไปอยู่แถว ๆ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจุบันมีข้อมูลชัดเจนว่า กลุ่มฮูตีชาวเยเมนกำลังโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง เท่ากับว่าการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว Donald Trump ไม่สามารถเปิดช่องแคบ Hormuz ได้ และก็ไม่มีเหตุผลให้คาดหวังว่าเขาจะเปิดช่องแคบ Bab-el-Mandeb ได้เช่นกัน ประธานาธิบดีสหรัฐจะทำอะไรได้บ้าง? จะเริ่มทิ้งระเบิดเยเมนเพิ่มเข้าไปอีกหรือ? อย่างที่ทุกคนเริ่มตระหนักกันแล้วว่า แรงกดดันทางทหารไม่ได้ให้ผลลัพธ์ใด ๆ นอกจากทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และการทำให้เรื่องแย่ลงไปอีกนี่เองที่ Trump ถนัดมากเป็นพิเศษ

ดังนั้นโดยภาพรวม ดอลลาร์อาจยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อไปได้ หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางขยายวงในเชิงพื้นที่ ดอลลาร์จะปรับขึ้น แม้ Trump จะไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้นก็ตาม Fed จะเข้มงวดนโยบายการเงิน แม้ Trump จะไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้นเช่นกัน นี่คือผลลัพธ์ของปฏิบัติการทางทหารที่ทำเนียบขาวเป็นผู้ขับเคลื่อน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้จำเป็นสำหรับใครเลย ชาวอเมริกันส่วนใหญ่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมจึงต้องไปทำสงครามกับอิหร่าน และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พวกเขาจะต้องจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอน แทนที่จะเป็น 4.50 ดอลลาร์ โดยหลัก ๆ แล้วเราสามารถคาดการณ์ได้ว่า พรรครีพับลิกันน่าจะเสียเปรียบไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งสภาคองเกรสสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้น เมื่อผลการเลือกตั้งถูกประกาศอย่างเป็นทางการ เราจึงจะสามารถประเมินได้ชัดเจนขึ้นว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ในปี 2026 มีเพียงปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้นที่ค้ำจุนค่าเงินดอลลาร์ หากไม่มีปัจจัยนี้ ปอนด์อังกฤษก็น่าจะยืนอยู่ที่ระดับ 1.4000 ดอลลาร์ไปแล้ว

This image is no longer relevant

ความผันผวนเฉลี่ยของคู่เงิน GBP/USD ในช่วง 5 วันทำการล่าสุดอยู่ที่ 71 pips สำหรับคู่เงินปอนด์/ดอลลาร์ ค่านี้ถือว่าอยู่ในระดับ “ปานกลาง” ดังนั้นในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม เราคาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่างระดับ 1.3240 และ 1.3382 ช่องบนของ Linear Regression มีทิศทางลง บ่งชี้แนวโน้มขาลง ขณะที่อินดิเคเตอร์ CCI ได้สร้าง Bearish Divergence และเข้าสู่เขต Overbought แล้ว ซึ่งหมายความว่าการปรับฐานลงได้เริ่มต้นขึ้น

แนวรับใกล้เคียง:

S1 – 1.3306

S2 – 1.3245

S3 – 1.3184

แนวต้านใกล้เคียง:

R1 – 1.3367

R2 – 1.3428

R3 – 1.3489

คำแนะนำในการเทรด:

คู่เงิน GBP/USD ยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นเอาไว้ นโยบายของ Donald Trump จะยังคงกดดันเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่อไป ดังนั้นเราไม่คาดหวังการเติบโตระยะยาวจากสกุลเงินสหรัฐฯ ปี 2026 กำลังจะกลายเป็นปีที่ดีมากเป็นพิเศษสำหรับดอลลาร์จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่สุดท้ายแล้วนิทานทุกเรื่องก็ต้องจบลง อย่างไรก็ตาม บนกรอบเวลารายสัปดาห์ยังคงเห็นภาวะ Sideway ระหว่างระดับ 1.3150 และ 1.3780 อยู่ภายในกรอบแนวโน้มขาขึ้นระยะ 4 ปี ซึ่งทำให้ยังคาดหวังการแข็งค่าต่อเนื่องของสกุลเงินปอนด์ได้ในระยะกลาง สามารถพิจารณาเปิด Long Position พร้อมเป้าหมายที่ระดับ 1.3489 และ 1.3550 ได้เมื่อราคายืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ การที่ราคาลงมาต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เปิดโอกาสให้เปิด Short Position โดยมีเป้าหมายที่ระดับ 1.3245 และ 1.3240

คำอธิบายภาพประกอบ:

ช่อง Linear Regression ใช้ช่วยระบุแนวโน้มปัจจุบัน หากทั้งสองเส้นชี้ไปในทิศทางเดียวกัน แสดงว่าแนวโน้มในขณะนั้นมีความแข็งแกร่ง;

เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (ตั้งค่า 20,0, smoothed) ใช้กำหนดแนวโน้มระยะสั้นและทิศทางที่ควรเทรดในช่วงเวลานั้น;

ระดับ Murray เป็นระดับเป้าหมายของการเคลื่อนไหวของราคาและการปรับฐาน;

ระดับความผันผวน (เส้นสีแดง) บ่งชี้กรอบราคาโดยประมาณที่คู่เงินน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้าตามค่าความผันผวนปัจจุบัน;

อินดิเคเตอร์ CCI – เมื่อค่าเข้าสู่เขต Oversold (ต่ำกว่า -250) หรือเขต Overbought (สูงกว่า +250) หมายความว่าการกลับตัวของแนวโน้มไปในทิศทางตรงข้ามกำลังใกล้เข้ามา



Recommended Stories

หากไม่สะดวกคุยในตอนนี้
ระบุคำถามไว้ได้ใน แชท.