empty
 
 
05.03.2026 12:56 AM
สหภาพยุโรปทนไม่ไหวอีกต่อไป
This image is no longer relevant

เมื่อต้นปี 2026 สหภาพยุโรปน่าจะตระหนักในสิ่งที่ผู้เล่นในตลาดและนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเห็นกันมานานแล้ว: Trump จะยังคงเพิ่มแรงกดดันตราบใดที่ไม่มีการต่อต้าน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อต้นปี Trump ต้องการผนวกกรีนแลนด์ซึ่งเป็นของเดนมาร์ก หนึ่งในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และส่วนใหญ่ก็เป็นสมาชิก NATO อยู่ด้วย ช่างเป็นภาวะย้อนแย้งที่น่าสนใจ! น่าคิดว่าข้อบังคับของ NATO มีการระบุไว้หรือไม่ว่าหากมีประเทศสมาชิกโจมตีอีกประเทศสมาชิกจะต้องทำอย่างไร เป็นไปได้มากว่า Trump ต้องการ “ค่อย ๆ เก็บเงียบ ๆ” เกาะขนาดมหึมาในมหาสมุทรแอตแลนติก ตามสไตล์ยุค 90 แล้วอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ มาหนุน ครั้งนี้สหภาพยุโรปไม่ยอมอ่อนข้อให้ทำเนียบขาว แต่กลับตระหนักว่า Trump จะเดินหน้าตัดชิ้นส่วนจากทุกสิ่งที่ป้องกันได้ไม่ดีต่อไป

ในวันพุธ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี Friedrich Merz แถลงว่าสหภาพยุโรปจะไม่ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงการค้าที่เลวร้ายไปกว่าสิ่งที่บรรลุไว้เมื่อปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่หนึ่งในผู้นำสหภาพยุโรปพูดถึงความไม่สมดุลของโครงสร้างภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรป ทั้งนี้ ภายใต้ “ข้อตกลง Trump” ยุโรปต้องจ่ายภาษีศุลกากร (ซึ่งในทางปฏิบัติก็คือผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องเป็นผู้จ่ายภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรป) ขณะที่สหรัฐฯ ไม่ต้องจ่าย “เรามาถึงขีดจำกัดแล้วว่าเรายอมรับอะไรได้และอะไรไม่ได้” นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าว

This image is no longer relevant

Merz ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อคำพูดของ Trump เกี่ยวกับการจะระงับการค้ากับสเปนอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่สเปนปฏิเสธไม่ให้วอชิงตันตั้งฐานทัพสำหรับกองกำลังสหรัฐฯ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการใช้ประเทศในยุโรปเป็นที่ตั้งฝูงบินของตนเพื่อเดินหน้าทิ้งระเบิดต่ออิหร่าน ต่อมา Trump ยืนยันว่าเขาสามารถ “แค่ไปใช้ฐานทัพของสเปนได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาตด้วยซ้ำ” อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะทำเช่นนั้นไม่ได้ และผู้นำทำเนียบขาวก็รู้สึกขุ่นเคืองอีกครั้ง Merz ระบุว่าสเปนเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของสหภาพยุโรป และทั้งภาษีศุลกากรและการค้าไม่สามารถเลือกปฏิบัติภายในกลุ่ม EU ได้ อเมริกาต้องเลือกว่าจะค้ากับทั้ง EU หรือไม่ค้าด้วยเลย

จากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ดูเหมือนว่าอาจจะไม่มีข้อตกลงใด ๆ ระหว่าง EU กับสหรัฐฯ เลยในท้ายที่สุด ปัจจุบัน Trump ถูกจำกัดด้วยตัวเลข “15%” และไม่สามารถกำหนดภาษีศุลกากรให้สูงกว่านั้นได้ ฝั่ง EU สามารถใช้จุดนี้ให้เป็นประโยชน์ได้ หากไม่ยอมอ่อนข้อให้ Trump อีกครั้งเหมือนที่เคยทำเมื่อปีที่แล้ว

โครงสร้างคลื่นของ EUR/USD:

จากการวิเคราะห์ EUR/USD ผมสรุปได้ว่าเครื่องมือนี้ยังคงกำลังสร้างส่วนขาขึ้นของเทรนด์ต่อไป นโยบายของ Trump และนโยบายการเงินของ Fed ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการอ่อนค่าระยะยาวของเงินดอลลาร์สหรัฐ เป้าหมายของส่วนเทรนด์ปัจจุบันอาจขึ้นไปแตะระดับเลข “25” ได้ ในตอนนี้ผมมองว่าเครื่องมือนี้ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของคลื่นหลักที่ 5 ระดับโกลบอล จึงคาดว่าราคาอาจปรับตัวขึ้นต่อไปได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โครงสร้างปรับฐานแบบ a-b-c-d-e สามารถสิ้นสุดได้ทุกเมื่อ เนื่องจากรูปแบบดูชัดเจนแล้ว ผมมองว่าการมองหาโซนและระดับสำหรับเปิดซื้อใหม่เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล โดยมีเป้าหมายบริเวณ 1.2195 และ 1.2367 ซึ่งสอดคล้องกับระดับ Fibonacci 161.8% และ 200.0%

This image is no longer relevant

โครงสร้างคลื่นของ GBP/USD:

โครงสร้างคลื่นของคู่เงิน GBP/USD ดูค่อนข้างชัดเจน โครงสร้างคลื่นขาขึ้นแบบ 5 คลื่นได้สร้างเสร็จสิ้นแล้ว แต่คลื่นหลักที่ 5 ระดับโกลบอลอาจยืดตัวต่อไปได้อีกมาก ผมมองว่าชุดคลื่นปรับฐานน่าจะใกล้จบลงในไม่ช้า หลังจากนั้นเทรนด์ขาขึ้นจะกลับมาดำเนินต่อ ดังนั้นช่วงนี้ผมจึงแนะนำให้มองหาโอกาสเปิดซื้อใหม่ โดยตั้งเป้าหมายเหนือระดับเลข “39” ตามมุมมองของผม ภายใต้การบริหารของ Trump เงินปอนด์อังกฤษมีโอกาสขึ้นไปถึง 1.45–1.50 ดอลลาร์ แต่เหตุการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลางกำลังทำให้โครงสร้างการปรับฐานซับซ้อนขึ้น

หลักการสำคัญของการวิเคราะห์ของผม:

  1. โครงสร้างคลื่นควรจะเรียบง่ายและชัดเจน โครงสร้างที่ซับซ้อนเทรดยากและมักเปลี่ยนรูปบ่อย
  2. หากไม่มีความมั่นใจในตลาด ควรงดการเข้าเทรด
  3. ทิศทางของราคาไม่มีวันแน่นอน 100% และไม่มีทางเป็นไปได้เสมอไป อย่าลืมใช้คำสั่งป้องกันความเสี่ยงอย่าง stop-loss ทุกครั้ง
  4. การวิเคราะห์คลื่นสามารถผสมผสานกับการวิเคราะห์ประเภทอื่นและกลยุทธ์การเทรดรูปแบบอื่นได้



Recommended Stories

หากไม่สะดวกคุยในตอนนี้
ระบุคำถามไว้ได้ใน แชท.